โคโค่ลูจัง อูอา View my profile

FiC

[Fiction KHR] " Caffè " <5>

posted on 30 Oct 2008 22:23 by cocolu  in FiC

 

 

Title: " Caffè "
Author: CoColu
Pairing: 1869,10069 (เปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์)
Rating: PG (เฉพาะตอนนี้)
Author notes: Caffè เป็นภาษาอิตาลี แปลว่ากาแฟ ....ล่ะมั้งคะ (เปิดเว็บแปลภาษาแบบหง่าวๆเอา ผู้รู้โปรดชี้แจงอีกที 555+)

 

 


*****************************************

 

 

.....กริ๊ง...กริ๊ง.....

 

แว่วเสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกังวาน

 

เมื่อถึงร้าน ฮิบาริไขกุญแจเปิดประตูออก ก่อนจะเดินลับเข้าไปหลังร้านโดยไม่บอกกล่าว มุคุโร่หันซ้ายหันขวาก่อนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจนั่งลงบนเก้าอี้ติดเคาท์เตอร์ไม้ พลันอัญมณีสองสีคู่งามเหลือบไปเห็นทุกมือไหมพรมของตนวางอย่างใกล้ๆที่ๆเขานั่งเมื่อเมื่อ มุคุโร่หยิบมันมาใส่ในกระเป๋าเสื้อเพื่อให้มั่นใจได้ว่าคราวนี้เขาจะไม่ลืมมัน

 

แล้วด้วยความว่าง..... มุคุโร่จึงเป็นอันได้หาอะไรทำ ร่างบางลุกจากเก้าอี้แล้วเดินรอบร้าน ตอนแรกมุคุโร่คิดว่าตัวร้านจะเป็นร้านเล็กๆ แต่ว่ากลับมีพื้นที่ด้านหลังและคาเฟ่กลางแจ้งอีกกว้างพอสมควร น่าเสียดายที่ตอนนี้เป็นฤดูหนาว มิเช่นนั้นบรรกาศที่กลางแจ้งคงจะดีไม่ใช่น้อย นี่ถ้าประตูไม่ล็อคไว้ เขากะจะไปเล่นหิมะแล้วนะนี่

 

ซักพักเขาจริงได้กลิ่นหอมๆของอาหาร มุคุโร่เดินกลับมาที่เคาท์เตอร์ พบหน้าฮิบาริในชุดบาริสต้าและจานสปาก็ตตี้อีกสองจาน รอยยิ้มเผยออกโดยไม่รู้ตัว และไม่รอช้า มุคุโร่รีบรี่ไปนั่งที่เก้าอี้แทบจะในทันที

 

กลิ่นหอมโชยมาแตะจมูก ไอร้อนจากซอสและเส้นทำให้อากศรอบข้างเขาอบอุ่นขึ้นมาพอดู

 

"ดูท่าทางจะไม่ได้โม้นะครับเนี่ย"

 

มุคุโร่เอ่ยกับบาริสต้าที่ตอนนี้กลายเป็นพ่อครัวไปแล้ว ฮิบาริเพียงเสตามอง แล้วจึงหันไปตักเส้นสปาเก็ตตี้ในส่วนของตัวเอง

 

มุคุโร่เลิกสนใจคนที่ไร้ปฏิกริาเอ่ยตอบ แล้วจึงกันมาให้ความสนใจอาหารร้อนๆตรงหน้าแทน มือเรียวใช้ส้อมพันเส้นนุ่มๆสีครีมอ่อนเปรอะซอสแดงเข้ม ไอร้อนโชยไปทั่ว มุคุโร่เป่าแผ่วๆพอให้สิ่งนั้นมีอุณหถูมิลดลงจนกินได้ แล้วจึงค่อยตักเข้าปาก

 

 

"..อื้อ อร่อยครับ.." มุคุโร่ยิ้มร่า พวงแก้มขึ้นสีระเรื่อน้อยๆ


"งั้นก็กินไป ไม่ต้องพูดมาก"


"ฮ่ะฮ่ะ ..ใจร้ายจังนะครับ แต่ว่า นานแล้วมันเหมือนกันนที่ผมไม่ได้ทานอาหารฝีมือคนอื่นแบบนี้"


"อยู่คนเดียวรึไง?" ชายหนุ่มเอ่ยถาม มุคุโร่แปลกใจเล็กๆที่ฮิบาริเป็นฝ่ายเริ่มถามก่อน แต่กระนั้นร่างบางก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแต่ตักของอร่อยคำต่อไปใส่เข้าปากเรื่อยๆ


"เปล่าครับ ผมอยู่กับ....ฟ.." ...เหมือนมีบางสิ่งมาจุกในลำคอ........?


"หือ?"


"อ่ะ อยู่กับแฟนครับ อยู่คอนโดน่ะ ไม่ห่างจากที่นี่มากนักหรอก"

 

มุคุโร่ไม่รู้ว่าตนคิดไปเองรึเปล่า แต่ว่า.. ชั่ววูบ ไม่สิ แค่เสี้ยววินาทีเดียว เขาเห็นร่างสูงนั้นสะดุ้ง และดวงเนตรสีรัตติกาลนั้นวูบไหวไปน้อยๆ ก่อนจะเป็นดังเดิม มันเร็วมากเสียมุคุโร่คิดว่ามันเป็นเพียงเพราะเขาตาฝาด ดังนั้น มุคุโร่จึงเลิกที่จะใส่ใจ และหันมาละเลียดสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตัวให้หมดเสียดีกว่า..

 

...ช่วงเวลาผ่านไปโดยไร้ซึ่งสรุเสียงคำเอ่ย...

 

"..เฮ่อ.. อิ่มแล้วครับ" มุคุโร่เอ่ยพลางว่างช้อนหลังจากเส้นสปาเก็ตตี้เส้นสุดท้ายเข้าไปอยู่ในท้องเขาเป็นที่เรียบร้อย "คุณนี่น่าจะไปเปิดร้านอาหารพอๆกับร้านกาแฟเลยนะครับ"


"แกพูดอย่างกับที่นี่ไม่ได้ขายอาหารเลยนะ"
............อ่าว?

 

"เอ๋? ..ก็ตอนที่มาครั้งแรก คุณบอกไม่ใช่เหรอครับว่าเป็นร้านกาแฟ"

 

"ก็บอกแค่ว่าเป็นร้านกาแฟ ไม่ได้บอกว่าขายแต่กาแฟ แค่ตอนนั้นช็อคโกแล็ตร้อนมันหมด"
..................อ้าว?

 

"ผมว่าเวลาคุณคุยกับลูกค้า คุณน่าจะขยายความบ้างนะครับ" .......ไอ้ผมก็ทนหิว จะสั่งคุกกี้สั่งเค้กก็ไม่กล้ากลัวคุณว่า จะกินกาแฟหลายแก้วก็กลัวตาค้าง..


"เรื่องอะไร? ฉันพูดแล้วก็จบ พวกนั้นจะเก็บไปคิดยังไงก็ช่างหัวมันสิ"


"อ่า...งั้นก็ช่างมันเถอะนะครับ แล้วไว้ถ้าวันไหนผมตื่นเช้าอีกผมก็จะมากินอีกก็แล้วกันนะครับ"


บทสนธนาเป็นไปอย่างเรียบง่าย จนกระทั่งนาฬิกาบอกเวลาสาย จวนจะได้เวลาเปิดร้าน แต่มว่า มาสเตอร์และพนักงานคนอื่นดันยังไม่มาซะนี่ ฮิบาริเลยกะว่าจะลุกไปดูหน้าร้านเสียหน่อย แต่ว่า ..บังเอิญที่เนตรคมเหลือบไปเห็นคราบซอสเปื้อนอยู่ที่มุมปากของมุคุโร่ในขณะที่เจ้าตัวทำไม่รู้ร้อน... เห้นแล้วหงุดหงิดพิลึก

 

"ไอ้หัวพืชล้มลุก" มุคุโร่กันมามองทางต้นเสียงแทบจะในทันที "ซอสเลอะปาก"


เมื่อได้ยินดังนั้นร่างบางจึงยกมือขึ้นเช็ดมุมปากตัว แต่ว่า ..ทำไมมันยังไม่ออกล่ะ ฮิบาริถอนหายใจแผ่วแล้วเคลื่อนตัวเข้าใกล้กายบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ มือแกร่งเช็ดที่มุมปากเรียวแผ่วๆ มุคุโร่เบิกตากว้างมองกลางกระทำนั้น

 

"..ค....คุณ ผมเช็ดเองได้" เสียงหวานประท้วงทั้งสะดุ้ง แต่ว่าฮิบาริกลับส่งสายตาดุๆกลับมาเป็นเชิงว่าให้นิ่งๆเสีย สุดท้ายแล้วมุคุโร่ได้แต่จำยอมให้อีกฝ่ายเช็ดปากแต่โดยดี เนตรสองสีหลุบลง ใบหน้าหวานแดงซ่านระเรื่ออย่างไร้สาเหตุ ......

 

....รอยเปื้อนหายไปแล้ว แต่ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ละมือออก ราวกับเผลอไผล ดวงตาสีท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นสบกับอัญมณีสองสี ราวกับมนตรา ... ใบหน้าเคลื่อนเข้าใกล้โดยไร้เหตุผล ...ใช่ ช่างไร้เหตุ ...ไร้คำเอ่ยกล่าวสาเหตุ ...ไร้คำอธิบาย ...ทุกๆสิ่งอย่าง ราวกับถูกบางสิ่งอย่างชักนำ


จนกระทั่งวินาทีที่ใบหน้าทั้งสองห่างกันเพียงคืบ แค่คืบเดียว ใกล้เสียจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน ใกล้เกินไป จนน่ากลัว....

....ใกล้ เข้าไปอีก จนช่องว่างนั้นเหลือเพียงน้อยนิด...
.....ใกล้... จนกระทั่ง...

 

 

 

 

 

..กริ๊ง..กริ๊ง..

 

 

"......โฮ่......."


เสียงกระดิ่งดังขึ้น พร้อมทั้งเสียงอุทานเบาๆจากชายผู้เป็นมาสเตอร์ ...ส่วนอีกสองคนที่เดินไล่หลังตามมานั้นก็ได้แต่เงียบ. แต่ว่าดวงตาทั้งสามคู่นั้นจ้องภาพตรงหน้าไม่กระพริบทีเดียว......


ฮิบาริหันไปมองทั้งสาม ก่อนจะละออกห่างจากร่างบางแทบไม่ทัน ด้านมุคุโร่ โอ้...รายนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้มสุกจนเปื่อย ..มือไม้ปัดเป็นพัลวันเหมือนจะพยายามอธิบาย แต่มาสเตอร์หนุ่มยิ้มรับน้อยๆและยกมือขึ้นเป็นเชิงว่าเข้าใจ....

 

"สึนะคุง บาจิลคุง วันนี้เปิดร้านช้าหน่อยดีกว่าเนอะ แล้วเราออกไปเดินเล่นกัน ป่ะ"

"เดี๋ยวครับ! นี่ มันไม่ใช่อย่างที่พวกคุณคิดนะ ซอสมันก็แค่เลอะปาก แล้วฮิบาริก็เช็ดให้ผมแค่นั้นเอง นี่!"

 

"ฮ่ะฮ่ะ ล้อเล่น ล้อเล่น ฉันรู้ว่าพวกเธอไม่มีอะไรกัน...หรอก...เนอะ?"

.......เว้นช่วงให้เกิดความข้องใจทำไมเหรอครับคุณ........


"ฮิบาริ คุณไม่คิดจะพูดอะไรบ้างรึไง"

"กับพวกงี่เง่าชอบเล่นสนุกทำตัวเป็นเด็ก พูดไปจะไปฟังอะไร?"

 

........ด่ากันทางอ้อมแท้ๆ.........

 


"เอาเถอะ ช่างมันเถอะ งั้นวันนี้ผมขอกลับก่อนก็แล้วกันนะครับ"

"อ้าว ไม่ทานกาแฟเหรอมุคุโร่คุง?" จิออตโตะเอ่ยเรียกร่างที่ตั้งท่าจะเดินออกไป มุคุโร่ส่ายหน้าเบาๆเป็นเชิงว่าไม่ ก่อนจะเดินออกจากร้านไป... เหลือเพียงพนักงานร้านทั้งสี่คน.....

 


"ผมคิดไปเองรึเปล่าครับว่าคุณมุคุโร่เค้าดูหน้าแดงๆพิลึกน่ะ?"

บาจิลเอ่ยออกความคิดเห็น แต่ทว่าเอ่ยจบได้ไม่ทันจะถึงไหน กำปั้นของคุณบาริสต้าผมดำก็ทุบเข้ามากลางศรีศะปรกเส้นไหมสีน้ำตาลอ่อนอีกแล้ว ..คราวนี้หนักมือกว่าเดิมเสียด้วย โอย.........

 

"..โอ๊ย....จ...เจ็บนะครับคุณฮิบาริ ทุบผมทำไมอ๊ะ"


"ฮิบาริคุงเค้าเขินน่ะบาจิลคุง อย่าไปถือสาว่าความเลย" ..มาสเตอร์หนุ่มเอ่ย ฮิบาริฟังแล้วอยากจะลากเข้าหลังร้านแล้วละเลงเลือดจิออตโตะเสียเหลือเกิน ติดแต่.... มันเป็นเจ้านาย ..โว้ย!

 

"ฮิบาริ อะไรตกอยู่ที่เก้าอี้น่ะ?" สึนะเอ่ยถามพลางชี้ที่ตู้เก้าอี้ติดเคาท์เตอร์ ..ฮิบาริก้มลงหยิบมันขึ้นพิจารณา ถุงมือ?......อีกแล้วเรอะ?

"วางไว้ตรงนั้นนั่นแหละ"

 

.......พรุ่งนี้ อย่าลืมมาเอาล่ะ ไอ้หัวพืชล้มลุก........

 

 


*************** TBC  ******************

 


อัพดึก........ กร๊าสสส พึ่งกลับบ้านคะ TwT

ตอนนี้..
รู้สึกว่าความสัมพันธ์คู่ชู้วจะอัพขึ้นอีก ......นิดหน่อย? 555+

 

 

 

edit @ 30 Oct 2008 22:26:58 by โคโค่ลูจัง โหมดรีบอร์นกินหัว

[Fiction KHR] " Caffè " <4>

posted on 29 Oct 2008 17:50 by cocolu  in FiC

 

Title: " Caffè "
Author:  CoColu
Pairing: 1869,10069 (เปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์)
Rating:  PG (เฉพาะตอนนี้)
Author notes: Caffè เป็นภาษาอิตาลี  แปลว่ากาแฟ ....ล่ะมั้งคะ (เปิดเว็บแปลภาษาแบบหง่าวๆเอา ผู้รู้โปรดชี้แจงอีกที 555+)

 

 

************************************

 

 

 


แว่วเสียงสกุณาหากินยามเช้า ...วันนี้มุคุโร่ตื่นเช้ากว่าที่เคย มันเช้าเสียจนน่าตกใจ

 

ร่างงามบิดขี้เกียจบนเตียงขนาดใหญ่พลังจากเพิ่งตื่นนอนหมาดๆ ข้อมือเล็กขยี้ตาสองสีของตัวเองเบาๆ เมื่อเริ่มคุ้นชินกับการมองเห็น สิ่งแรกที่มุคุโร่ทำคือ ...กวาดสายตาไปรอบทาง ไร้วี่แววของชายหนุ่มเจ้าของห้อง มุคุโร่ย่ำเดินบนพื้นไม้เย็นๆด้วยความสะดุ้งเพราะเจ้าตัวขี้เกียจใส่รองเท้าแตะเดิน ดูท่าทางเมื่อคืนเขาจะลืมเปิดเครื่องทำความร้อน ตอนนี้ถึงได้รู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นหวัด


มุคุโร่ไอค่อกแค่กสองสามที แล้วจึงหยิบผ้าเช็ดตัวสีขาวเดินเข้าห้องน้ำไป ...

 

 

*******************************

 


เสื้อไหมพรมสีขาวแขนยาวหนาๆนั้นช่วยคลายความหนาวเย็นได้ดีพอๆกับขางเกงขาวยาวสีดำและผ้าพันคอผืนเก่ง มุคุโร่อยู่ในชุดเตรียมออกไปข้างนอก ตาสองสีเหลือบมองไปรอยห้องเพื่อหาของสำคัญที่ไว้ติดตัว ซึ่งเจ้าตัวก็สามารถเจอมันได้ไม่ยากให้เมื่อสิ่งนั้นกำลังส่งเสียงร้องอยู่

 

มุคุโร่หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวขึ้นมาดูข้อความใหม่ที่พึ่งได้รับ ข้อความจาก ...เบียคุรัน

 

'คืนนี้กลับดึก นอนไปก่อนไม่ต้องรอก็ได้'

 

มุคุโร่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกดปิดข้อความลงและยัดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตัวใส่กระเป๋า ก่อนจะเดินออกนอกห้องไปโดยไม่ลืมที่จะล็อค ..ทันที่ที่ออกมานอกตัวอาคารสูง มุคุโร่สะดุ้งวาบเมื่อลมเย็นๆพัดกระทบใบหน้า ร่างบางดึงผ้าพันคอไหมพรมขึ้นมาปิดใบหน้าบางส่วนไว้ด้วยความหนาวเย็น


ร่างบางเหลือมองนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้เป็นเวลาเช้า ....มากพอสมควร น่าแปลกใจจริงๆที่เขากินกาแฟทุกวันแต่ดันหลับได้หลับดี มุคุโร่คิดว่าตอนนี้ร้านกาแฟที่ตัวตั้งใจจะไปเอาของนั้นคงยังไม่เปิด จึงตัดสินใจเดินเล่นฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ

 

ซึ่ง.... มันอาจดูเป็นการกระทำที่โง่พอสมควรสำหรับการเดินเล่นในฤดูหนาวจัดเช่นนี้ ทุกๆลมหายใจที่ออกมาเป็นไอที่ขาวโพลน และทุกครั้งที่หายใจเข้าไปราวกับปอดนั้นจับแข็ง ...หลังจากเดินไปไม่นานนัก มุคุโร่จึงตัดสินใจเลี้ยวเข้าสะดวกซื้อที่ดูจะพ่วงเป็นซุปเปอร์มาเก็ตนิดหน่อยแถวๆนั้นเผื่อสดับความหนาวและหาอะไรอุ่นๆเข้าปาก จะว่าไป ช่วงนี้รู้สึกว่าเขาไม่ค่อยได้กินข้าวซักเท่าไหร ..แน่ล่ะ ปกติตื่นมาก็ตะวันสายโด่ง และมุคุโร่ก็ขี้เกียจจะหุงหาอาหารกิน ดังนั้นร้านกาแฟแห่งงั้นจึงเป็นที่รองรับกระเพาะเล็กๆของเขาให้มื้อเที่ยงเพียงอย่างดียวแถวนั้น มิน่าล่ะถึงไม่โตขึ้นกับเขาซักที

 

ภายในร้านสะดวกซื้อมีอุณหภูมิอุ่นเพราะเครื่องทำความร้อน มุคุโร่ครือครางเสียงแผ่วด้วยความสบาย กายบางเดินเลือกดูข้าวกล่องที่ดูหน้าตาน่ากินหมายจะฝากท้องไว้กับมัน ทว่า เมื่อเดินไปมาที่โซนต่างๆจนกระทั่งถึงพื้นที่ของสด มุคุโร่กับเจอร่างของใครคนหนึ่งที่เขาคุ้นตา

 

เจ้าของเรือนผมสีดำกำลังเลือกซื้อของสดและเครื่องเทศจำนวนไม่มากใส่ตระกร้า ...มุคุโร่แอบมองอยู่เงียบๆโดยไม่ทักอีกฝ่าย ทำอาหารเป็นด้วยเรอะ? แต่ก็คงไม่น่าจะแปลกสำหรับชายที่มีอาชีพขายฝีมือการทำของกินให้คนอื่น ถึงมันจะไม่ได้ของอยู่ท้องก็เถอะ มุคุโร่อมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปทักชายร่างสูง

 

"อรุณสวัสดิ์ครับ ฮิบาริ"

 

เสียงหวานเอ่ยทักเรียกให้ชายหนุ่มหันมามอง ..ก่อนจะ.. หันกลับไปสาละวนในการเลือกหัวหอมขนาดพอดีมือต่อ

 

"อะไรกัน ผมเป็นลูกค้าคุณนะ กะใจจะไม่ทักกลับเลยรึไง"

 

"......... เออ อรุณสวัสดิ์.. ไอ้หัวพืชล้มลุก"

 

....โฮ่.......พ่อเจ้าพระคุณ... ดูคำเรียกคุณเค้าสิครับ... แหม..........น่ารัก..น่าชังเหลือเกิน..

 


"..เอ่อ.. จริงสิครับ เมื่อวานผมลืมถุงมือไว้ที่ร้าน คุณพอจะเห็นบ้างรึเปล่า"


"ก็วางอยู่ที่เดิมนั่นแหละ"


"งั้นร้านเปิดกี่โมงเหรอครับ ผมจะได้ไปเอา"


"อยากรีบมากนักก็ตามมา ฉันกำลังจะไปที่ร้าน..." พูดจบฮิบาริก็หันตัวไปทันที แต่ว่าไม่ทันจะได้เดินไปไหนไกล มือเล็กเรียวกลับรั้งปลายผ้าพันคอสีดำของเขาเอาไว้ ...อะไรอีกว่ะ...

 

"งั้นรอแป๊ปนึงนะครับ ขอผมซื้อข้าวกล่องก่อน ตื่นมาผมยังไม่ได้ทานอะไรเลย"

 

มุคุโร่เอ่ยขณะช้อนตามองอีกฝ่าย ฮิบาริถอนหายใจ แล้วจึงเดินกลับไปที่ตู้ของสด หยิบของที่เหมือนกับในตระกร้ามาเพิ่มนิดหน่อย ก่อนจะลากตัวคนหัวพืชล้มลุกไปที่เคาท์เตอร์จ่ายเงินด้วย

 

"อ..คุณนี่ ผมบอกให้รอแป๊ปเดี๋ยวไม่ได้รึไง" มุคุโร่โวยวายหลังจากโดนกึ่งลากถึงจูงมาจนถึงที่จ่ายเงิน ฮิบาริหันมามองด้วยสายตาปรามๆ


"จะทำให้กิน ไม่เอารึไง"

 

.......เอ๋?....

 

"กินข้าวกล่องห่วยๆก่อนจะดื่มกาแฟ ถ้ารสชาติมันเพี้ยนไปแกจะได้ไม่ว่าเอาว่าของร้านฉันแย่"

 

.....อ๋อ.. เหรอครับ..........

 

"คุณนี่ดูท่าทางมั่นใจซะเหลือเกินนะครับ ถ้าเกิดไม่อร่อยขึ้นมาคุณต้องชดใช้นะครับ"


" หึ ลองกินดูก่อนแล้วค่อยพูดเถอะน่า ไอ้หัวพืชล้มลุก"


....แน่ะ.... เอาอีกแล้ว ... นั่นไม่ใช่ชื่อผมนะครับคุณ.....

 

 

...สองร่างเดินออกจากร้านไปหลังจ่ายเงินเสร็จ โดนมีชายหนุ่มผมดำเดินนำ และชายหนุ่มผมสีไพลินเดิมตาม มุคุโร่เหลือบมองคนตรงหน้าเป็นระยะ ไม่รู้ว่าทำไมในใจนึกอยากจะดึงชายผ้าพันคอสีทึบยาวๆนั่นเล่นเสียเหลือเกิน เกรงแต่ว่าเขาอาจจะได้เห็นฮิบาริหันมากนด่าต่อว่า รึไม่ก็เปลี่ยนใจจัดการหมกเขาไว้ที่นี่อะไรทำนองนั้น... ริมฝีปากสีหวานเหยียดยิ้มจางน้อยๆ...

 

 


...... อากาศหนาวปะทะผิว แต่กลับไม่รู้สึกแสบผิว มีเพียงแค่อาการเย็นวาบๆพอให้สั่นไหว........

 

 

****************** TBC  *****************

 

 

สารภาพว่าตอนนี้เกือบไม่ได้อัพวันนี้เพราะปั่นไม่ทัน กร๊ากกกกกก

 

โฮก ติดละครค่ะ ....โบตั๋นกลีบสุดท้าย สนุกมว๊ากกกกกกกกก TwT อร๊าง~ ดูแล้วร้องไห้น้ำตาไหลจ้อกๆ... และในขณะเดียวกันก็นั่งดูไปกดรีเฟรชหน้าพันทิพมันทุก 3 วิทีเดียว 555+ (แหม ก็ทีนั่นเค้าแคปภาพมาสนุกดี 55+)

 

วันนี้อัพเร็ว เพราะพึ่งได้ของเล่นใหม่ เคะๆๆๆ

 

 

edit @ 29 Oct 2008 17:59:08 by โคโค่ลูจัง โหมดรีบอร์นกินหัว

[Fiction KHR] " Caffè " <3>

posted on 28 Oct 2008 18:39 by cocolu  in FiC

 

ดูสิว่าจะอัพทุกวันแบบนี้ไปได้ซักกี่น้ำ......

 

 

****************************

 

Title: " Caffè "
Author:  CoColu
Pairing: 1869,10069 (เปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์)
Rating:  PG (เฉพาะตอนนี้)
Author notes: Caffè เป็นภาษาอิตาลี  แปลว่ากาแฟ ....ล่ะมั้งคะ (เปิดเว็บแปลภาษาแบบหง่าวๆเอา ผู้รู้โปรดชี้แจงอีกที 555+)

 

 

*********************************

 

 

 

 

มุคุโร่ชอบกินช็อคโกแล็ต ไม่ว่าจะร้อนหรือเย็นก็ชอบ

 

ดังนั้น ทันทีที่บาริสต้าหนุ่มวางถ้วยแก้วบรรจุของเหลวสีน้ำตาลเข้มลงบนเคาท์เตอร์ไม้ มุคุโร่จึงไม่รีรอที่จะดึงมันเข้ามาใกล้ๆตัว กลิ่นหอมหวานของช็อคโกแล็ตอันแสนโปรดปรานจึงลอยโชยจนชายหนุ่มเผยอรอยยิ้มไม่รู้ตัว

 

ฮิบาริมองกริยานั้นด้วยความสนใจไม่น้อย ร่างสูงกว่าหยิบคุกกี้และโหลขนาดเล็กบรรจุน้ำตาลออกมาจากหลังเคาท์เตอร์ มุคุโร่มองเหลือบมองชายหนุ่ม ก่อนจะหันมาตักน้ำตาลเม็ดสีขาวใส่ลงในช้อนตัวเองสองสามช้อน คนวนไปมองจนเกิดเสียงจากการกระทบของเครื่องเงินและถ้วยแก้วกระเบื้อง ไม่นานนักเมื่อคิดว่าน้ำตาลทรายละลายจนหมดแล้วมุคุโร่จึงยกขึ้นดื่ม ..และ.. เติมน้ำตาลลงไปอีก..

 

....กินหวานเป็นบ้า... บาริสต้าหนุ่มคิดในใจ

 

"กลิ่นหอมจังนะครับ"


มุคุโร่เอ่ยปากหลังจากเติมน้ำตาลจนได้รสชาติที่ตัวเขาชอบ ร่างบางยกขอบแก้วจรดริมฝีปาก กลิ่นของเมล็ดโกโก้ที่ถูกคั่วและสกัดออกมาเป็นของหวานที่เขาแสนโปรดปราน มุคุโร่เป่าเบาๆที่ผิวช็อคโกแล็ตร้อนขึ้นไอ และจิบมันให้ไหลลงลำคอไปน้อยๆ

 

ริมฝีปากสีจัดครางผ่อนลมหายใจออกเสียงแผ่ว ..... ก่อนจะเหลือบตามองชายที่เพิ่งจะวางแก้วที่เช็ดเสร็จลง เนตรสีดำเหลือบขึ้นและสบกับดวงตาสองสีพอดิบพอดี มุคุโร่ส่งยิ้มให้อีกฝ่าย

 

"..คุณชื่ออะไรเหรอครับ?"

 

ร่างบางเอ่ยขึ้นเพื่อสดับความเงียบให้จากไป ร่างสูงกว่านิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยตอบสั้นๆ

 

"ฮิบาริ เคียวยะ"


"ผมชื่อโรคุโด มุคุโร่นะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก"

 


"ไม่ได้อยากรู้"

 

...............................


......แหม .. ดูพ่อคุณเค้าตอบสิครับ .... น่ารักน่าชังเสียจริง....

 

ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ทว่ากลับไม่ได้อึดอัด มุคุโร่เหลือบตามองบาริสต้าหนุ่มที่ทำตัวไม่สมกับอาชีพสายบริการ แต่ว่า.... ช่างมันเถอะ

 

ช็อคโกแล็ตร้อนที่เริ่มจะอุ่นพร่องลงที่ละเล็กน้อยจนเหลือติดก้นแก้ว มุคุโร่หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กสีเงินของตัวขึ้นมาดู จากที่เขามานั่งที่นี่ตั้งแต่เวลาสายเกือบจะเที่ยง จนตอนนี้เป็นเวลาบ่ายคล้อยเย็นเสียแล้ว มุคุโร่เอ่ยเรียกชื่อของร่างสูงกว่าที่กำลังชงกาแฟแก้วใหม่ให้ลูกค้าคนอื่นๆเพื่อจะจ่ายเงินค่ากาแฟและช็อคโกแล็ตร้อน

 

"ฉันเลี้ยง"


ชายหนุ่มตอบเสียงห้วน มุคุโร่เบิกตากว้างอย่างตกใจแกมงงเล็กน้อย ฮิบาริตวัดตามามองร่างที่นั่งอยู่บนเคาท์เตอร์

 

"ไถ่โทษเรื่องเมื่อวาน มาสเตอร์สั่งไว้" .......อ๋อ งั้นเหรอครับ

 

"งั้นก็ขอบคุณมากนะครับสำหรับกาแฟและช็อคโกแล็ต ไว้ว่างๆผมจะมาใหม่" พูดจบมุคุโร่ลุกจากเก้าอี้ มือเรียวสะบัดผ้าพันคอที่ตกลงพาดไปข้างหลัง ส่งยิ้มให้ชายหนุ่มอีกครา ก่อนที่เสียงกระดิ่งหน้าร้านจะดังขึ้นและค่อยๆเงียบลง..... ฮิบาริมองบานประตูที่เคลื่อนไปมาตามกฎของแรง ก่อนที่มันจะค่อยๆ นิ่งไป ชายหนุ่มหันมาเก็บแก้วกาแฟสองแก้วที่คนเพิ่งจากไปทิ้งไว้ ..ทว่า ข้างๆกลับมีสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ควรมาวางอยู่ตรงนี้อยู่ด้วย...

 

..ถุงมือ?..

 


*********************

 


ลมหนาวจากภายนอกปะทะใบหน้าขาวจนรู้สึกแสบ มุคุโร่กระชับผ้าพันคอไหมพรมผืนยาว ก่อนจะเพิ่งรู้สึกได้ถึงความเย็นที่ฝ่ามือบางของตัว คิดได้เช่นนั้นจึงล้วงลงในกระเป๋าติดเสื้อไหมพรมของตนเพื่อจะเอาสิ่งบรรเทาความหนาวเย็นออกมา แต่ทว่าสิ่งที่พบนั่นกลับเป็นความว่างเปล่า...ไม่มี?

 

"..คงจะลืมไว้ที่ร้านแน่เลย"

 

มุคุโร่พึมพัมกับตัวเองเบาๆ ..ยังไม่ห่างจากร้านมากนัก กลับไปเอาดีกว่า....

ทว่า ในขณะที่กำลังจะเดินหันหลังกลับไปยังทางที่เดินย้อนมา ..ราวกับว่า มีสิ่งบันดาลดลใจ มุคุโร่นิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจเดินหน้าต่อไป เลือกที่จะทิ้งถุงมือของตนไว้ที่ร้านนั้นเป็นหนที่สอง เพราะกันอะไรกัน? เพราะอะไรกันนะ?

 

"ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปเอาก็แล้วกัน"
..เพราะอยากจะมีข้ออ้างเพื่อที่จะไปยังที่แห่งนั้นในวันรุ่งขึ้น?...

 


....ตลกน่า....

 


*****************************

 


"มุคุโร่คุงเค้าน่ารักดีเนอะ?"

 

แว่วเสียงเปิดประเด็นสนทนายามค่ำ ป้ายหน้าประตูร้านถูกสลับด้านเป็นเครื่องหมายบอกเวลาหยุดให้บริการ จิออตโตะเอ่ยขณะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้พลางจิบกาแฟ ในขณะที่คนถูกเอ่ยถามนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองหน้าคนสูงอายุกว่าช้าๆ

 

"...แล้วไง"

 

"อ้าว? ก็เห็นวันนี้นั่งคุยกับเค้าอยู่นี่ นึกว่าจะสนิทกันแล้ว?"

 

ฮิบาริรู้สึกเหมือนจะรำคาญนายจ้างของตัวเองขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น ชายหนุ่มชาวอิตาลีผมสีทองยังคงส่งยิ้มให้เขาราวกับจะเค้นเอาคำตอบ

 

"ก็แค่คุยธรรมดา"


"ปกติคุณฮิบาริไม่คุยกับใครเลยไม่ใช่รึไง"


เสียงเล็กของเด็กหนุ่มด้วยน้อยเอ่ยจากด้านหลัง เด็กชายผมซอยสั้นระบ่า บาจิลเอ่ยถามอย่างใสซื่อด้วยความใคร่รู้ เพราะแม้แต่ตัวเค้าเองนั้น นอกจากการรับส่งออร์เดอร์ ก็แทบไม่ได้คุยกับคนตรงหน้าเหมือนกัน ทว่า ฮิบาริไม่ได้โอนอ่อนต่อหน้าตาน่ารักๆของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย กำปั้นแข็งทุบลงไปที่ศีรษะคนตัวเตี้ยกว่า ไม่ได้แรงอะไรมากเพราะเขาออมมือไว้นิดหน่อย แต่ว่า.... มันก็ไม่ได้เบาเลยนะ

 

"อ้าวๆ อย่าแกล้งบาจิลคุงเค้าสิฮิบาริคุง มือตัวเองไม่ได้เบาเลยนะนั่น" จิออตโตะว่าปรามฮิบาริ เรียกเสียงสถบจากเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี...

 

"เออ ใช่ ฮิบาริคุง เรื่องสมัครเรียนต่อที่อิตาลีน่ะ ทางนั้นเค้าติดต่อกลับมาแล้วนะ"

 

คราวนี้ชายผมดำตวัดใบหน้ามาอย่างสนใจอกสนใจ ก่อนเดินเข้าไปรับซองเอกสารสีน้ำตาลจากอีกฝ่าย ซองเอกสารสีน้ำตาลที่บรรจุกระดาษไว้สองสามแผ่น ฮิบาริเหยียดยิ้มกรุ้มกริ่ม ตวัดสายตามองมาสเตอร์ผมทองเป็นเชิงขอบใจ ก่อนจะหยิบเอากระเป๋าสีดำของตัวเดินออกนอกร้านไป

 

"ฮิบาริดูท่าทางดีใจนะที่จะได้ไปเรียนต่อน่ะ" สึนะที่พึ่งเดินออกมาจากหลังร้านเอ่ยถามคนร่วมสายเลือดที่มีตำแหน่งเป็นเจ้าของร้าน ร่างโปร่งมองดูประตูที่ขยับไปมาจากการเปิดและปิดแบบลวกๆ

 

"อื้อ ก็เดิมทีเด็กคนนั้นเข้ามาทำงานที่นี่เพื่อฝึกมืออยู่แล้วนี่นะ ยังจำได้เลยล่ะตอนเข้ามาฝากงานน่ะ ตัวพอๆกับบาจิลคุงเองนะ"

 

"แต่ถ้าคุณฮิบาริไป ก็ดูท่าทางจะเหงาเหมือนกันนะครับ แล้วกำหนดไปมันเมื่อไหรล่ะครับ?"

 

"ก็ ถ้าสอบติดก็คงจะ.... ราวๆสิ้นฤดูหนาวนี้ล่ะ"

 


***********************************

 


"ครับ ครับ รู้แล้วครับ ถ้างั้นผมจะรีบกลับนะ"

 

สิ้นเสียงหวาน โทรศัพน์สีเงินถูกกดปิดสาย ก่อนจะเก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อ มุคุโร่เงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำ หิมะเริ่มโปรยปราย แม้จะไม่มากมายเป็นพายุ แต่มันก็ทำให้หนาวเหน็บมากพอดู ..


เมื่อครู่นี้เป็นโทรศัพท์ของเบียคุรัน ชายหนุ่มโทรมาบอกแก่เขาเพียงว่าคืนนี้ชายหนุ่มจะไม่กลับบ้าน กุญแจห้องนั้นอยู่ในซองที่สอดเอาไว้ที่ประตู และยังบอกอีกว่าเขาควรจะรีบกลับได้แล้ว มุคุโร่รับฟังคำสั่งนั้นและตอบรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะก้าวเดินไปตามทางสู่ที่อาศัยของตัว

 

 


.......หิมะเริ่มหล่นร่วงลงมาจากท้องฟ้ามากขึ้น เรื่อยๆ เรื่อยๆ.... และมากขึ้นไปอีก......

 

 

 

************* TBC  ****************

 

 

กาแฟ กาแฟ กาแฟ...... กินกาแฟกันเถอะ ........

 

ท่านผู้อ่านคะ ...ชะรอยถ้าได้ sai คืนมาก่อนฟิคนี้จบ ดูท่าทางจะได้ดองรึไม่ฟิคคงกลายสภาพเป็นโด กร๊ากกก

(ได้ข่าวร่างไปแล้วไม่ใช่เรอะ....)

 

 

ปล. อยากหื่น... อยากเขียนฉากชู้ว... อยากเขียนเรทททททททททท (จริงฟิคนี้อุตส่าห์กันว่าจะไม่เรทอะล่างฉ่างแล้วเชียวนะ..นะ..นะ....นะ TwT)